ศึกษารถยนต์ มือสอง ก่อนตัดสินใจ

รถยนต์ดีอย่างไร
          รถยนต์เป็นยานพาหนะที่สามารถทำให้เราเดินทางไปได้ไกลขึ้นสะดวกสบายขึ้นรวดเร็วขึ้นไปที่ไหนก็ได้สร้างประสบการณ์ให้กับเรา ทำให้เรามองโลกกว้างขึ้น  ได้เห็นมุมมองที่หลากหลาย บางคนซื้อรถเพื่อใช้ประโยชน์เพื่อประกอบกับอาชีพของตนเอง บางคนก็ซื้อรถเพื่อความหรูหราในการใช้ชีวิต บางคนก็ซื้อเพื่อครอบครัว และอีกหลายเหตุผลมากมาย  และก็มันเป็นความใฝ่ฝันของคนหลายคนที่ต้องการมีรถยนต์ตั้งแต่เด็ก แต่ถึงอย่างไรการจะมีรถยนต์มันก็ไม่ใช่เรื่องง่ายๆ และมันก็ไม่ยากมากมายนักจะเลือกซื้อมือหนึ่งก็ไม่น่าจะมีปัญหาอะไรมากมายนัก แต่ถ้าต้องการซื้อรถมือสอง เราก็ต้องมาเรียนรู้ หรือเข้าใจสักนิดหนึ่งเพราะรถยนต์มีการสึกหรอมีการเสื่อมสภาพในการใช้งาน

ข้อดีของรถมือสอง คือ คุณจะสามารถรับรถได้อย่างรวดเร็ว ราคาถูกกว่า และไม่ยุ่งยากเรื่องการเตรียมเอกสาร และบางครั้งคุณอาจจะได้รถรุ่นเดียวกับที่ยังนิยมอยู่ก็เป็นได้ และราคาของรถจะไม่ตกเกินไปถ้าเกิดคุณอยากจะขายต่ออีกครั้ง หรือถ้าคุณชอบรถรุ่นเก่าที่ไม่มีการผลิตเพิ่มขึ้นแล้ว คุณก็สามารถหาซื้อได้จากรถมือสอง

ข้อเสียของรถมือสอง คือ คุณอาจจะไม่ได้ทราบประวัติที่แท้จริงของรถที่เจ้าขอปกปิดไว้ ซึ่งบางครั้งอาจจะเป็นรถที่ถูกขโมยมา หรือรถเคยประสบอุบัติเหตุครั้งใหญ่จนได้รับความเสียหายหนัก และอาจไม่ได้รับการประกันรถ และคุณอาจเลือกรุ่น ยี่ห้อ หรือสเปค ไม่ได้อย่างที่ต้องการ


การดูภายในห้องเครื่องยนต์  
-  ดูที่คานหน้าหม้อน้ำ ทั้งด้านบนและล่าง รูน๊อตยึดต่างๆ กลมเป็นปรกติหรือไม่
-  ดูสภาพของสีกลมกลืนทั้งห้องเครื่องยนต์หรือไม่ ถ้าสีเหมือนกันแต่พ่นใหม่อาจจะมีการยกเครื่องออกมา เพื่อทำการซ่อมตัวถังหรือซ่อมเครื่องยนต์
-  ดูตะเข็บรอยต่อเป็นปรกติ เหมือนกันทั้ง 2 ข้าง
-  ดูซุ้มล้อหน้าซ้าย,ขวา สังเกตสติ๊กเกอร์ NAME PLATE ว่ามีหรือไม่ สภาพเป็นปกติหรือเปล่า
-  ดูร่องน้ำไหล ทั้งซ้ายและขวา ง่ามีรอยบุบหรือคดบ้างหรือไม่ เพราะสิ่งเหล่านี้ จะบ่งบอกถึงการเกิดอุบัติเหตุหรือเพียงแค่ทำสีใหม่เท่านั้นควรดูให้ดี
 
 
การดูเครื่องยนต์
- คราบหรือร่องรอยของการรั่วซึมของน้ำมันเครื่อง
- ตรวจสอบระดับน้ำมันเบรก, คลัทช์, น้ำมันพวงมาลัยเพาเวอร์ สีต้องเป็นปกติและสะอาด
- ระดับน้ำยาหล่อเย็น จะต้องอยู่ในระดับที่กำหนด
- ระดับน้ำมันเกียร์อัตโนมัติ สีและกลิ่นของน้ำมัน
- ระดับน้ำมันเครื่องจะต้องอยู่ในระดับที่กำหนด สีและกลิ่นต้องอยู่ในสภาพที่ดี
- สภาพของสายพานต่างๆ จะต้องไม่แตกร้าว ความตึงพอเหมาะ
- ตรวจหม้อน้ำ,ฝาปิดหม้อน้ำ จะต้องไม่รั้วและมีน้ำอยู่ในระดับที่พอเหมาะ
- สภาพของสายไฟในห้องเครื่องยนต์ จะต้องจัดเก็บเรียบร้อย
- แบตเตอร์รี่จะต้องไม่บวม ขั้วแบตเตอร์รี่สภาพดี และดูอายุของแบตเตอร์รี่,สภาพของน้ำกลั่น
- ติดเครื่องฟังเสียงของเครื่องยนต์ว่าผิดปกติหรือไม่ และจะติดเครื่องได้โดยง่าย
- เมื่อเครื่องยนต์ติดแล้วสังเกตเสียงว่าผิดปกติหรือไม่ เครื่องยนต์เดินเรียบหรือเปล่า
- ตรวจการรั่วของกำลังอัด ดูไอน้ำมันเครื่อง โดยดึงก้านวัดน้ำมันขึ้นมาดูว่ามีควันหรือกลิ่นไหม้ ถ้าไม่มีถือว่าใชได้ และจะต้องไม่มีแรงดัน ดันออกมาทางด้านก้านวัดน้ำมันด้วย
- เดินไปท้ายรถสังเกตควันที่ออกจากท่อไอเสีย จะต้องไม่ขาวและดำ ถ้าผิดปกติแสดงว่าเครื่องยนต์ทำงานบกพร่อง อาจจะต้องมีการทำเครื่องยนต์ใหม่
 
วิธีดูห้องโดยสาร
อย่างแรกเลยเราเปิดประตูเข้าไป สังเกตดูว่ามีกลิ่นเหม็นอับอะไรหรือป่าว ความสะอาดภายในเป็นยังไง รถที่ภายในดูสะอาดก็ต้องมีคนอยากซื้อใช่ไหมครับ มาดูตรงมาดวัดไมล์ต่างๆว่าทำงานได้ตามปกติหรือไม่ ลองเปิดไฟหน้า ไฟเลี้ยว ไฟท้าย ไฟในห้องโดยสารดูด้วยนะครับ ดูช่องแอร์สมบูรณ์ดีหรือเปล่าเช็คระบบแอร์ดูว่าเย็นดีไหม(เทคนิคให้ เปิดแอร์ทิ้งไว้แล้วเราก็ออกไปสังเกตด้านนอกของรถสัก 20-30 นาที แล้วเข้ามาในรถดูว่าเย็นฉ่ำไหม) เปิดไล่ดูระดับความแรงของลมแอร์ ลองไล่ดูครับ
1,2,3,4 สังเกตด้วย เวลาเราเปิดแอร์แล้วมีเสียงดังผิดปกติอะไรไหม มาดูด้านล่างกันบ้างเอายางปูพื้นออก ทั้งหมดนะครับเพื่อดูว่าพื้นพรมมีรอยชื้นของน้ำหรือบางคันพื้นผุมากแบบมอง ทะลุออกไปด้านนอกเลยก็มีนะครับอันนี้ต้องระวัง ลองขับรถดูครับว่ามีเสียงดังจากด้านนอกเข้ามาในรถมากไหม 

ภายนอก
-ดูโครงสร้างของรถโดยรวม ได้สัดส่วนที่ควรจะเป็นหรือไม่มีการบิดเบี้ยวคดงอจากการเกิดอุบัติเหตุ
- รถที่ผ่านการเกิดอุบัติเหตุและนำมาซ่อม สามารถสังเกตได้หลายวิธีดังนี้ เช่น ลองเคาะที่ส่วนตัวถังรอบคัน โดยการฟังเสียงว่ามีความโปร่งใสเท่ากันหรือไม่ ส่วนที่เคยทำสีจะมีเสียงทึบๆ แต่ถ้ามีการเปลี่ยนแปลงทั้งชิ้นวิธีนี้คงจะไม่ได้ผลเท่าที่ควร หรือถ้าใครตาดีก็ลองมองสีรถโดยให้ตัวเราหันหน้าย้อนแสงดูครับ สีรถในจุดที่เคยซ่อมหรือทำสีมาจะมีลักษณะเป็นคลื่นๆ ไม่เหมือนจุดอื่นๆของรถ
- เช็คตามขอบกระจก ขอบประตู ว่ามีการบิดงอหรือไม่ รวมถึงส่วนที่เป็นขอบยางต่างๆ
- ดูสีรถว่าตรงกับสมุดทะเบียนหรือไม่ อาจมีปัญหาในการโอนได้
- ช่วงล่าง เช็คว่ามีสนิมหรือผุบ้างไหมถ้ามีรถคันนั้นถ้านำไปใช้ ช่วงล่างน่าจะมีปัญหา
 
อย่าลืมทดลองขับ
- ระดับความร้อนจากมาตรวัดไม่ควรร้อนจนเกินไป ( ควรจะอยู่ไม่เกินครึ่งนึงของเกจวัด )
- เมื่อใช้ความเร็วต้องไม่มีเสียงลมเข้า
- เมื่อใช้ความเร็วสูงจะต้องไม่มีการโคลงหรือส่าย
- ทดสอบระบบเบรกที่ความเร็วหลายๆระดับ
- ขณะขับขี่เครื่องยนต์ไม่ควรมีเสียงดังจนเกินปรกติ
 
Test Drive ทางเลือก
            Test Drive คือ รถที่นำออกมาให้ลูกค้าขับเพื่อทดสอบสมรรถภาพของรถยนต์เพื่อประกอบในการตัดสินใจซื้อ
             ขอ้ดีของ Test Drive 
                           - วิ่งน้อย
                           - รถเหมือนใหม่ป้ายแดง
                           - ราคาถูกกว่ารถป้ายแดงมาก
        
              Test Drive เป็นทางเลือกที่หลายคนต้องการแล้วจะหาซื้อได้ที่ไหนเมื่อต้องการรถ Test Drive ทุกวันนี้รถเทสไดร์จะถูกส่งไปตามศุนย์รถมือสองหากเป็นโตโยต้า ก็จะถูกส่งไปที่ โตโยต้าชัวร์ ศูนย์ซื้อขายรถมือสองครบวงจร ทั่วประเทศ เช่น เว็บไซด์ www.rodsure.net ของโตโยต้าชัวร์ นนทบุรี  เข้ามาลองติดตามสอบถามที่โชว์รูมได้เลยครับ หากใครต้องการหารถประเภทนี้อยู่ รับรองไม่ผิดหวัง 

บทความเพื่อศึกษาเป็นข้อมูลเท่านั้น
แหล่งรถมือสองให้คุณศึกษาและเปรียบเทียบรถมือสอง
 http://www.toyotasure.com